เปิดพอร์ตนิเทศสายกิจกรรมตัวพ่อ !
ดีลงานระดับผู้ว่าฯ ผลงานกว่า 139+ น้องเอาเวลาไหนไปนอนบทสัมภาษณ์ | เปิดพอร์ตนิเทศสายกิจกรรมตัวพ่อ !
ดีลงานระดับผู้ว่าฯ - ผลงานกว่า 139+ น้องเอาเวลาไหนไปนอน 🧐 ใครสายเก็บพอร์ตต้องดูให้จบ!

“น้องเดียว – อารยะ ใจวิสุทธิ” กับเส้นทางพอร์ตโฟลิโอที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมประสบการณ์
Q: แนะนำตัวให้คนอ่านรู้จักได้เลยจ้า
น้องเดียว: สวัสดีครับ ผมชื่อ เดียว – อารยะ ใจวิสุทธิ เป็นนักเรียนจากโรงเรียนมารีวิทยา จังหวัดปราจีนบุรี ถ้าให้เพื่อน ๆ ในโรงเรียนพูดถึงผม ก็คงจะเป็น “คนที่ไม่ค่อยอยู่โรงเรียน” เพราะผมออกไปทำกิจกรรมข้างนอกบ่อยมาก จนกลายเป็นคนงานยุ่งที่สุดคนหนึ่งของโรงเรียนไปแล้วครับ

Q: ปกติที่โรงเรียน เพื่อน ๆ มองเราเป็นคนแบบไหนเอ่ย
น้องเดียว: น่าจะเป็นคนที่งานยุ่งตลอดเวลาเลยครับ ไม่ว่าจะกิจกรรม แข่งขัน หรือโปรเจกต์ต่าง ๆ ผมมักจะมีอะไรให้ทำตลอด เพื่อน ๆ ก็เลยชินว่าถ้าไม่เจอผมในโรงเรียน แปลว่าผมออกไปทำงานข้างนอกแน่นอน

Q: จุดเริ่มต้นของความชอบด้านศิลปะ หรือเกี่ยวกับด้านครีเอทีฟต่าง ๆ มาจากไหนกัน
น้องเดียว: ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเป็นคนไม่กล้าแสดงออกเลยครับ แต่ผมชอบศิลปะมาก ชอบคิด ชอบสร้างสรรค์ ชอบแต่งบทเล่น ๆ พอเริ่มได้ทำพอร์ตจริง ๆ ผมตั้งใจเลยว่า ถ้าออกงานหรือทำกิจกรรมอะไรมา จะรีบเอามาทำพอร์ตทันที ไม่รอ เพราะถ้ารอ งานจะดองไปเรื่อย ๆ พอร์ตเล่มนี้เลยค่อย ๆ สะสมจากประสบการณ์จริงที่ผมทำมาตลอด

Q: ถ้าเปรียบชีวิตมัธยมปลายเป็นหนังหนึ่งเรื่อง จะเป็นแนวไหน
น้องเดียว: ผมขอเลือกเป็น ดราม่าปนคอมเมดี้ ครับ เป็นชีวิตที่มีทั้งความตื่นเต้น ความสนุก และบางช่วงก็หนักจนเรียกน้ำตาได้เหมือนกัน

Q: อะไรคือจุดที่ทำให้ตัดสินใจเลือก “ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ”
น้องเดียว: ต้องย้อนไปตอนผมเรียน ม.ต้น ครับ ตอนนั้นผมอยู่กิจกรรมฟันดาบ และมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เก่งมาก ได้ทุนเรียนฟรีถึงปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ แถมยังเป็นนักกีฬาทีมชาติด้วย
ตอนนั้นผมรู้สึกเลยว่า “พี่เขาโคตรเท่” และอยากเป็นแบบนั้นบ้าง ด้วยข้อจำกัดทางบ้าน ผมเลยเลือกมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และในตอนแรกก็สนใจสายฟิล์ม แต่พอขึ้น ม.ปลาย ผมได้ทำงานกับผู้ใหญ่และรุ่นพี่มากขึ้น ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีประสบการณ์ระดับหนึ่งแล้ว ผมเลยอยากเรียนในศาสตร์ที่ยังไม่ถนัด เพื่อพัฒนาตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม ศิลปะการแสดงจึงเป็นคำตอบของผมครับ
Q: พอร์ตเล่มนี้ใช้เวลาทำนานแค่ไหน
น้องเดียว:จริง ๆ เริ่มตั้งแต่ตอน ม.3 แล้วครับ ผมรู้ตัวเลยว่าถ้าไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนั้น อนาคตจะทำไม่ทันแน่นอน
ทุกครั้งที่ออกงาน ส่วนใหญ่ผมจะนั่งทำพอร์ตตอนกลางคืนของวันนั้นเลย หรือไม่ก็วันถัดไป มันเป็นการทำแบบค่อย ๆ เก็บ ไม่ได้ทำรวดเดียวจบครับ
Q: มีหน้าไหนในพอร์ตที่ภูมิใจเป็นพิเศษ
เดียว: หน้าที่ผมภูมิใจมากคือ หน้าที่ 5 ครับ เป็นช่วงที่ผมต้องเดินทางข้ามจังหวัดแบบต่อเนื่อง
ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองประธานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินศิลปหัตถกรรมหนังสั้นที่นครนายก แต่ในเวลาใกล้กัน ผมก็ต้องไปแข่ง Color Guard รุ่น Open Division ที่ศรีสะเกษ
ผมซ้อมที่ศรีสะเกษ → เดินทางไปนครนายก → ตัดสินงานตอนเช้า แล้วรีบกลับไปศรีสะเกษเพื่อแข่งต่อในวันเดียวกัน
มันเหนื่อยมาก แต่ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ที่มีคุณค่า และผมภูมิใจกับมันมากครับ

Q: ระหว่างทำพอร์ต เจออุปสรรคอะไรบ้าง
น้องเดียว: มีเยอะเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องเวลา บางครั้งกลับจากงานแล้วลืมไปเลยว่าทำอะไรมา
งานบางหน้าก็ถูกดองไว้ แต่สุดท้ายผมเลือกที่จะตามเก็บทุกอย่างให้ครบ ถึงจะช้า แต่ไม่ทิ้งครับ



Q: จัดการเวลาเรียนกับกิจกรรมอย่างไร
น้องเดียว: พูดตรง ๆ คือผมเข้าเรียนไม่ครบทุกคาบ ทำให้เกรดเฉลี่ยไม่สูงมาก แต่ผมพยายามส่งงานให้ครบ
และใช้เวลาช่วงกลางคืน หลังซ้อม หลังแข่ง มานั่งทำพอร์ตโฟลิโอของตัวเองครับ
Q: อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้องที่กำลังทำพอร์ตอยู่
น้องเดียว: ผมอยากบอกว่า
“ ถ้าเราไม่เริ่ม ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ”
สิ่งที่เราทำไม่ได้ในวันนี้ ไม่ใช่เพราะมันยากเกินไป แต่เป็นเพราะเรายังให้เวลากับมันไม่มากพอ แค่เริ่มก่อน อะไรก็เป็นไปได้ครับ
Q: ช่องทางติดตามผลงาน
น้องเดียว: ฝากเพจ Facebook : ปราจีนไทม์ ด้วยครับ ทำร่วมกับทีมตั้งแต่ช่วงโควิด และสามารถติดตามผมในช่องทางส่วนตัวได้ที่
• Facebook: Araya jaivisut
• Instagram: Araya jaivisut
ขอบคุณครับ 🙏




Comments